ด้วยสหรัฐฯ มีเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงรายหนึ่งออกมาเตือนในวั ว่าประเทศของเขากำลัง “ล้มเหลว” ในศึกต่อสู้ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

การแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตาที่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก นำมาซึ่งข่าวแย่ๆ เป็นชุดในสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นชาติที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงที่สุดในโลกอยู่ก่อนแล้ว ด้วยจำนวนมากกว่า 616,000 ราย

จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 118,000 คน สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 89% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทั่วโลกจะลดลงเล็กน้อย ขณะที่โรงพยาบาลหลายรัฐของสหรัฐฯ กำลังแน่นไปด้วยคนไข้ เนื่องจากบรรดาคนหนุ่มสาวเริ่มได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากขึ้นเรื่อยๆ

“จริงๆ แล้วเราไม่ควรมาอยู่ในจุดที่เราอยู่ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ” นายแพทย์ฟรานซิส คอลลินส์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ให้สัมภาษณ์กับรายการ “This Week.” ของสำนักข่าวเอบีซี “เมื่อพิจารณาในเรื่องนี้ ใช่ เรากำลังล้มเหลว”

ความกังวลเกี่ยวกับตัวกลายพันธุ์เดลตาจุดชนวนให้อัตราการเข้าฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ยังมีอีกหลายล้านคน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ ที่มีแนวคิดโน้มเอียงไปทางอนุรักษนิยม ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยต่อวัคซีน

“เราจะไม่มาอยู่ในจุดที่เราอยู่ในตอนนี้ จุดที่มีการแพร่ระบาดหนักหน่วงขึ้นของตัวกลายพันธุ์เดลตา หากว่าเราโน้มน้าวทุกคนเข้าฉีดวัคซีนได้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้” คอลลินส์กล่าว “เวลานี้เรากำลังชดใช้ในราคาที่สุดแสนจะเลวร้าย”

นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อระดับสูงของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับรายการ “Meet the Press.” ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี คาดหวังว่าสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ จะอนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 โดยสมบูรณ์ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า บางอย่างที่พวกคลางแคลงใจบางส่วนบอกว่าพวกเขาต้องการได้ยินก่อนเข้ารับการฉีดวันซีน

ปัจจุบันวัคซีนต่างๆ ในสหรัฐฯ ยังอยู่ในขั้นอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น บนพื้นฐานเพื่อตอบโต้โรคระบาดใหญ่

เฟาซี ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในประเด็นด้านสาธารณสุข เตือนว่า ความล้มเหลวในการควบคุมตัวกลายพันธุ์เดลตา อาจเพิ่มโอกาสเกิดตัวกลายพันธุ์ใหม่ที่อาจเป็นปัญหามากกว่าตัวกลายพันธุ์เดลตาเสียอีก

เด็กๆ อายุต่ำกว่า 12 ปี ยังไม่มีสิทธิรับวัคซีน และทาง คอลลินส์ เตือนว่า หากเด็กๆ หลายล้านคนกลับสู่ชั้นเรียนโดยไม่มีการบังคับสวมหน้ากาก ไวรัสอาจแพร่กระจายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น “บางทีผลลัพธ์อาจเป็นการแพร่ระบาดตามโรงเรียนต่างๆ และเด็กๆ ก็จะต้องกลับสู่การเรียนทางไกลอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องป้องกัน” เขากล่าว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (ซีดีซี) ระบุบนทวิตเตอร์ในวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) แม้ว่าเด็กอาจติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ แต่พวกเขาก็ยังสามารถแพร่เชื้อโควิด-19 สู่คนอื่นได้ “เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไปควรสวมหน้ากากยามอยู่ในพื้นที่สาธารณะในร่ม ในนั้นรวมถึงโรงเรียน”

ในฟลอริดา รัฐที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ร่ะบาดระลอกปัจจุบันหนักหน่วงที่สุด ผู้ว่าการรัฐรอน เดอซานติส จุดประเด็นโต้เถียงทางการเมือง หลังเขาประกาศห้ามเขตการศึกษาของรัฐแห่งนี้ บังคับนักเรียนสวมหน้ากากสกัดโควิด-19

แต่ด้วยโรงพยาบาลต่างๆ ในรัฐฟลอริดา กำลังแบกรับคนไข้โควิด-19 ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ไหว สถาบันการศึกษาจำนวนหนึ่งจึงประกาศกร้าวว่าพวกเขาจะขัดขืนคำสั่งของผู้ว่าการรัฐ

คอลลินส์ แสดงความไม่พอใจที่การโต้เถียงเกี่ยวกับวัคซีนและการสวมหน้ากากกลายเป็นประเด็นทางการเมือง “นี่ไม่ใช่คำประกาศทางการเมืองหรือการล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพของคุณ มันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับปกป้องชีวิต” เขากล่าว